
ไมค์คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพเสียงทั้งระบบ ถ้าเลือกผิดประเภท แก้ที่มิกเซอร์หรือลำโพงได้เพียงบางส่วน
ชุดประชุมแบบมีสาย (Discussion System)
ชุดประธานและชุดผู้ร่วมประชุมต่อพ่วงเป็นสาย จำกัดจำนวนไมค์ที่เปิดพร้อมกันได้ และประธานตัดสิทธิ์การพูดได้ เหมาะกับการประชุมที่มีวาระ เช่น สภามหาวิทยาลัย แต่ต้องเดินสายตามโต๊ะ จึงเหมาะกับผังโต๊ะคงที่
ไมค์ไร้สาย
มีทั้งแบบมือถือ แบบคล้องหู และแบบหนีบปก เหมาะกับผู้บรรยายที่เดิน การถาม-ตอบ และห้องที่ปรับผังบ่อย ควรเลือกรุ่นที่ใช้ย่านความถี่ซึ่งได้รับอนุญาตตามประกาศของ กสทช. และวางแผนความถี่ไม่ให้ชนกันเมื่อใช้หลายชุด
เรื่องแบตเตอรี่
- กำหนดคนชาร์จหรือเปลี่ยนแบตก่อนใช้ทุกครั้ง
- ถอดแบตออกเมื่อไม่ใช้นาน ลดเสี่ยงแบตรั่ว
- มีไมค์สำรองอย่างน้อยหนึ่งตัวในงานสำคัญ
ไมค์ก้านตั้งโต๊ะ (Gooseneck)
ก้านอ่อนปรับเข้าหาปากผู้พูดได้ เสียงจึงชัด เหมาะกับโพเดียมและโต๊ะที่ผู้พูดนั่งประจำ มักใช้คู่มิกเซอร์ที่เปิด-ปิดช่องอัตโนมัติ ลดเสียงรบกวนจากไมค์ที่ไม่มีคนพูด
ไมค์เพดานและไมค์วางโต๊ะแบบแบน
ไมค์เพดานรับเสียงทั่วห้องโดยไม่ต้องส่งไมค์ต่อกัน โต๊ะเรียบร้อย เหมาะกับการประชุมออนไลน์ ไมค์วางโต๊ะแบบแบนติดตั้งง่ายกว่า ทั้งคู่ต้องใช้กับระบบตัดเสียงสะท้อน และในห้องก้องจะสู้ไมค์ใกล้ปากไม่ได้
เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน
- ประชุมมีวาระ โต๊ะคงที่: ชุดประชุมแบบมีสาย
- บรรยาย ถาม-ตอบ: ไมค์ไร้สายมือถือและคล้องหู
- โพเดียมหรือโต๊ะผู้บรรยาย: ไมค์ก้าน
- ห้องไฮบริดที่อยากได้โต๊ะโล่ง: ไมค์เพดาน
- ห้องใหญ่หลายรูปแบบ: มักผสมหลายประเภท
วางแผนจำนวนช่องไมค์และเดินสายเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น จะขยายระบบได้โดยไม่ต้องรื้อของเดิม
ไมค์ใกล้ปากที่สุด มักให้ผลดีกว่าไมค์ราคาสูงที่วางไกล




